คอลลาเจน Collagen ตัวไหนเหมาะกับวัยของเรา

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าคอลลาเจน Collagen คืออะไร?

 

คอลลาเจน (Collagen) ก็คือ โปรตีนชนิดหนึ่งนั่นเอง ซึ่งตัวคอลลาเจนเกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโน ซึ่งก็คือโมเลกุลของโปรตีนในขนาดเล็กที่ถูกย่อยสลายแล้วหลายๆ ชนิดมาต่อรวมกัน ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื้อของผิวหนัง เชื่อมต่ออวัยวะทุกส่วนของร่างกายไว้ด้วยกัน ทั้งผิวพรรณ กระดูกและข้อต่อและที่สำคัญคือสร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย คอลลาเจนไม่เพียงแต่เป็นส่วนประกอบของชั้นผิวหนังเท่านั้น อวัยวะต่างๆในร่างกายของเรามีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก เช่น ผังผืด กระดูกอ่อน เส้นเอ็น ข้อต่อ กระดูก ฉะนั้น คอลลาเจนจึงทำหน้าที่สำคัญในการสร้างความแข็งแรง และความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย และยังมีความสำคัญในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายอีกด้วย

ในร่างกายคนเรามี คอลลาเจน (Collagen) สูงถึง 1 ใน 3 ส่วนของโปรตีนทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย คอลลาเจนจะไปทำหน้าที่ร่วมกับเส้นใยอีลาสตินและกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic) ช่วยให้เนื้อเยื่อมีความแข็งแรง ยึดติดอวัยวะภายในร่างกายให้อยู่ด้วยกัน มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ภายในชั้นผิวหนังแท้ถึง 70% ที่เป็นตัวสำคัญในการเสริมสร้างผิวหนังให้มีความแข็งแรงและเรียบตึง ไม่มีริ้วรอย ชุ่มชื่นมีน้ำมีนวลเหมือนผิวเด็ก นี่แหละคือที่มาของกระแสความต้องการคอลลาเจน (Collagen)เพื่อคงความหนุ่มสาว เมื่อใดที่คอลลาเจนในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอยแห่งวัยขึ้นบนชั้นผิว ผิวแห้งกร้านขาดความมีน้ำมีนวล แผลหายยากแม้จะเป็นแผลเล็กๆ เกิดรอยแผลเป็นสิวได้ง่าย ถ้าคุณเริ่มมีปัญหาคอลลาเจนถดถอย คุณอาจจะต้องเริ่มสำรวจว่าคุณเกิดปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น เส้นผมเล็กลง แห้งกร้าน ยาวช้า แตกปลาย ขาดความแข็งแรง ผิวเล็กไม่เรียบ เหนื่อยง่าย ปวดข้อต่อเอว หัวเข่า กระดูกเปราะ เคี้ยวของแข็งแล้วปวดฟัน และอาจเริ่มมีอาการความดันเลือดสูง เพราะสาเหตุหนึ่งของความชรามีสาเหตุมาจาก “เส้นเลือด” เส้นเลือดมีส่วนสำคัญมากต่อร่างกายเรา ถ้าปริมาณคอลลาเจนในผนังเส้นเลือดไม่พอ จะทำให้ความยืดหยุ่นของเส้นเลือดลดลงเกิดภาวะเส้นเลือดแข็งตัว อาจทำให้เกิดภาวะความดันเลือดสูง คลอเลสเตอรอลและเกล็ดเลือด ก็จะเกาะติดอยู่บริเวณผนังหลอดเลือด ทำให้เส้นเลือดฝอยอุดตันหรือบวมได้ง่าย จนกระทั่งอาจเกิดปัญหาเส้นเลือดแตกได้ นอกจากนี้ผิวพรรณที่ขาดการไหลเวียนเลือดที่ดี เลือดไปเลี้ยงผิวและเซลล์ต่างๆ ได้น้อย ไม่สามารถนำอาหาร ออกซิเจนและการกำจัดของเสียไปที่เซลล์ได้ จึงเกิดอาการแก่ก่อนวัย ริ้วรอยถามหา หน้าไร้ความเต่งตึง เซลล์เสื่อม แถมที่สำคัญยังนำไปสู่การเกิดปัญหาเนื้องอกและมะเร็งได้ง่ายอีกด้วย คอลลาเจนสำคัญเสียแบบนี้ เราต้องส่งเสริมการสร้างและลดการทำลายคอลลาเจนในร่างกาย ดังนี้

ตัวเร่งการสลายคอลลาเจน (Collagen)

อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พออายุย่างเข้า 30 อัตราการสังเคราะห์คอลลาเจน(Collagen)จะเริ่มลดลงปีละ 1.5% ในทุกๆ ปี เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังโชคร้ายที่จะเกิดขึ้นชัดเจนในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ที่ว่าผู้หญิงแก่ง่ายกว่าผู้ชาย จึงถูกต้องตามหลักการแพทย์ทุกประการ ผิวจะยุบตัวลงทุกปีทุกปีทำให้เกิดริ้วรอยเหยี่ยวย่นและตีนกา และกว่าคุณจะอายุ 45 ปี ระดับคอลลาเจนในชั้นผิวได้ลดลงไปแล้วกว่า 30% น่ากลัวจริงๆ ใครเป็นหญิงก็ต้องทำใจรับไป การจะหยุดอายุเพื่อลดคอลลาเจน จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เราสามารถหยุดตัวเร่งการทำลายอื่นได้ดังนี้แสงแดด ทั้งรังสี UVA และ UVB โดยเฉพาะรังสี UVA ที่สามารถทะลุถึงชั้นผิวหนังแท้ได้ จึงสามารถทำลายคอลลาเจนและทำให้เกิดสารออกซิแดนต์ ซึ่งเป็นตัวเพิ่มการทำลายคอลลาเจนอีกด้วยsunscreen-

การสูบบุหรี่ นอกจากบุหรี่จะทำให้เกิดสารออกซิแดนต์แล้ว สารนิโคตินยังไปเพิ่มเอนไซม์รบกวนการสร้างคอลลาเจน และทำให้คอลลาเจนแตกตัวอีกด้วย ลดความหยืดหยุ่นของหลอดเลือด การไหลเวียนของเลือดและการกำจัดของเสียไม่ดี คนที่สูบบุหรี่จึงหน้าแก่กว่าวัย หน้าดำ ปากดำ มีการคั่งของสารพิษในร่างกาย แถมมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้สูงกว่าคนทั่วไป

 

การใช้ชีวิต การใช้ชีวิตที่เร่งการสร้างความเสื่อม การอักเสบ และการสร้างสารอนุมูลอิสระในร่างกาย การกินไม่เลือก ขาดการพักผ่อนอย่างเพียงพอ อดหลับ อดนอน ไม่ออกกำลังกาย ความเครียดสูงตลอด ไม่ปล่อยวาง เจ้าอารมณ์ เหล่านี้ก็สามารถเร่งการสร้างสารอนุมูลอิสระที่นำไปสู่การอักเสบของร่างกาย ตัวเร่งความแก่ และโรคร้ายต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

อัตราการเริ่มสูญเสีย คอลลาเจน (collagen) เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป

อายุ 30-39 ปี ผิวจะเริ่มมีรอยย่นบางๆ ทอดยาวบริเวณหน้าผาก มีริ้วรอยเล็กๆ ใต้ขอบตาล่างและหางตาจะเห็นชัดเวลายิ้มและมีรอยย่นตรงระหว่างคิ้วซึ่งจะเห็น ชัดเวลาหน้านิ่ว มีริ้วรอยบางๆ ที่ร่องแก้มจากจมูกจนถึงเหนือริมฝีปาก อาจเกิดไฝ กระ ฝ้าทั้งแบบลึกและตื้นขนาดของรูขุมขนจะเห็นชัดขึ้น
อายุ 40-49 ปี รอยย่นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว ใต้ขอบตาล่างและหางตาเห็นชัดเจนมากขึ้น รอยย่นข้างแก้ม และร่องแก้มลึกทอดยาวไปจนจดมุมปาก มีฝ้าชนิดลึกมากขึ้นสภาพผิวเริ่มแห้งมีรูขุมขนใหญ่และเริ่มจะเป็นสิวอีก ครั้ง มีติ่งเนื้อขึ้นกระจัดกระจายเป็นตุ่มเล็กๆ สีน้ำตาลภาวะนี้เรียกว่าวัยเริ่มตกกระ
อายุ 50-64 ปี ผิวจะมีสภาพเหมือนกับวัย 40-49 ปี แต่จะมีรอยย่นตามร่องแก้มลึกทอดยาวไปจนถึงบริเวณใต้มุมปาก มีฝ้าเกิดขึ้นและติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น
อายุ 65 ปี ขึ้นไปผิวหนังหยาบกร้าน มีริ้วรอยทั่วหน้า ริมฝีปากบางมีรอยย่นเหนือริมฝีปาก ส่วนการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ คล้ายกับวัย 50-64 ปี
ดังนั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติที่ ต้องเกิดขึ้นกับ ทุกคนโดยที่เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่เราสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของผิวพรรณและรักษาผิวไว้ให้ดูดีให้นานที่ สุดได้เช่นเดียวกัน โดยการใช้ สารสกัดโปรตีน คอลลาเจน (collagen) เพื่อทดแทน คอลลาเจน (collagen) ที่สูญเสียไป

บทบาทของคอลลาเจน (Collagen) สำคัญต่อร่างกายหลายอย่าง อาทิ

ช่วยให้การทำงานของข้อต่อเป็นไปตามปกติไม่เป็นโรคไขข้อ
ช่วยให้กระดูกอ่อน เอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก ฟัน และข้อต่อทำงานตามปกติ
ช่วยลดรอยเหี่ยวย่น
รักษามวลกายของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักและช่วยสร้างมวลกาย
ให้พลังงานแก่ร่างกาย (เนื่องจากคอลลาเจนเป็นโปรตีน)
ช่วยประสานในกรณีที่ต้องการซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้ออย่างเร่งด่วน
ช่วยให้ดูหนุ่มสาวขึ้นและมีความรู้สึกที่ดี
ช่วยบำรุงผิว ผม เล็บ
ช่วยชะลอความแก่